Archive for พฤศจิกายน, 2008

Cartoonist นักเขียนการ์ตูนด้วยตัวเอง

cartoonist-software-cover

เมื่อเรามีรูปถ่าย หรือไฟล์รูปภาพชนิดใด ชนิดหนึ่ง และอยากจะทำการตกแต่งหรือใส่เอฟเฟ็กต์
ใดๆ ก็ตาม สามารถทำได้ด้วยการใช้โปรแกรมตกแต่งรูป หรือฟิลเตอร์ที่ใช้ เพิ่มความสามารถให้
กับโปรแกรมนั้นๆ  อย่างการทำรูปที่ออกแนวล้อเลียน  ที่ดูตลกขบขัน  หรือภาพล้อเลียน  เพื่อ
คลายเครียดกับสถานะการณ์ในช่วงนี้ หรือช่วงไหนๆ ที่เกิดความเครียด

Сartoonist นักเขียนการ์ตูน เป็นโปรแกรมที่เหมาะแก่ผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการ
ทำงานตกแต่งรูปภาพล้อเลียน สไตล์ขำขัน หรือภาพล้อเลียนต่างๆ ที่เราอาจเห็นได้จากการ์ตูน
คอมมิคทั่วๆ ไป โดยอาศัย warping effects ในการสร้างสรรงาน ด้วยรูปแบบ Interface ที่ง่าย
ต่อการใช้งาน และรวดเร็ว ซึ่งตัวโปรแกรมจะแสดงผลแบบ real time ให้สามารถเห็นสิ่งที่เรา
ปรับแก้ไขรูปนั่นๆ ด้วยความรวดเร็ว  ช่วยให้เราทำงานได้อย่างแม่นยำ และเลือกใช้ภาพเหล่านั้น
โดยทันที สามารถโหลดไปใช้ได้ฟรี เนื่องจากเป็น Freeware ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

รายละเอียดส่วนต่างๆ ของโปรแกรมมีดังนี้

  • warp images in a simple and easy way
  • load and save files in jpeg, bmp, png, gif and tiff formats
  • specify image quality when saving files in jpg format
  • change the radius of distortion area
  • change background color
  • change skins using one of the toolbar buttons

HOMEPAGE : http://www.vicman.net/cartoonist
Download : Cartoonist 1.3 (File Size : 9.04 MB)

Thank You For Cartoonist Team.

วันอาทิตย์ 30 พฤศจิกายน 2008 at 1:25 pm ใส่ความเห็น

มือของโมคุเซน

33
มือของโมคุเซน

โมคุเซน ฮิกิ อาศัยอยู่ในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดแทมบะ ผู้ติดตามของเขาคนหนึ่งรู้สึกร้อนใจใน
ความขี้เหนียวของภรรยาของเขา
โมคุเซน ไปเยี่ยมภรรยาของผู้ติดตาม และแสดงให้หล่อนเห็นโดยกำหมัดของเขา ชูขึ้นต่อ
หน้าของหล่อน
“ท่านหมายความว่าอย่างไรที่ทำเช่นนั้น” ภรรยาผู้ติดตามรู้สึกขัดใจ จึงถามขึ้น
“สมมุติว่าหมัดของเราเป็นเหมือนเช่นนี้ตลอดเวลา เจ้าจะเรียกมันว่าอะไร” เขาถาม
“พิการ” ผู้หญิงตอบ

หลังจากนั้น ท่านก็แบมือ กางนิ้ว ไปที่หน้าของเธอและถามว่า
“สมมุติว่า มือเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา เจ้าจะเรียกมันว่าอะไร”
“ความพิการอีกนั่นแหละ” ภรรยาผู้ติดตามกล่าว
“ถ้าเจ้าเข้าใจเรื่องนั้นดีแล้ว เจ้าก็จะเป็นภรรยาที่ดี” โมคุเซนกล่าวสรุป แล้วก็จากไป
หลังจากการเยือนของท่าน ภรรยาคนเดิมนี้ ช่วยเหลือสามีของหล่อนบริจาคทาน ได้ดีเท่ากับ
การเก็บออม

จากหนังสือ เนื้อเซน กระดูกเซน

วันอาทิตย์ 30 พฤศจิกายน 2008 at 8:00 am ใส่ความเห็น

งานด่วนอีกแล้วกับการประมูลงาน Dtac ตู๊ดๆๆ

หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานตกแต่งที่แจ้งวัฒนะ และทยอยเร่งปิดงานที่พัทยา ตอนนี้โปรเจ็กต์ที่
ไซด์งานของบริษัท ต่างเริ่มทยอยจบงานของมันลง ซึ่งไล่มาตั้งแต่ที่สาธิตจุฬาฝ่ายประถม,
เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 5, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต, ร้าน Loft จามจุรีสแควร์, ทั้งหมดทยอยเปิดไป
ตามแผนงานที่ได้วางไว้ จะมีงานที่เพิ่งรับเข้ามา อยู่หลายไซด์ที่อาจจะเสร็จไม่ทันปีใหม่  ต้อง
เร่งงานกันข้ามปีก็ว่าได้ (ก็เพิ่งรับงานนี่เนอะ)

ส่วนงานสำหรับปีหน้าปี 51 หนึ่งในโปรเจ็กต์ที่ได้ไปฟังชี้แจงแบบคืองาน New Dtac Head-
quarters ชั้น 22 – 28  จามจุรีสแควร์ แหล่งรวมของวัยใส มาก และใสน้อย อิ อิ อิ  ซึ่งเนื้อ
งานที่ต้องประมูลคืองานตกแต่งภายใน และงานระบบต่างๆ คิดรวมกันหมดในการเสนอราคา

การ bidding ในครั้งนี้ เวลาในการคิดราคาน้อยดีจริงๆ นับเวลาในการคิดราคาไม่ถึงสอง
อาทิตย์ หุ หุ หุ รวมพลการคิดราคาอีกแล้ว กับการคิดราคา office แปดชั้น ทั้งงานตกแต่ง
และงานระบบต่างๆ จะว่าไปงานนี้ถ้าได้งานแล้ว ระยะเวลาการทำงานของโครงการนี้ 90 วัน
ไม่ขาดไม่เกิน เริ่มทำงานช่วงปีใหม่ จนถึงระยะเวลากำหนดส่งงาน 90 วัน เรียกว่าได้ประมูล
งานสำหรับปีหน้าก็ว่าได้

ว่าแต่ทำการสื่อสาร ท่าทางจะโอเคนะ ทำ Office ทั้งที  แปดชั้นเลย แถมยังมีเฟสสอง เฟส
สามในโปรเจ็กต์ต่อไปในการตกแต่ง เฮ่อ พอดีเลยนะ ที่บริษัทก็ใช้งาน Dtac เยอะเหมือน
กัน รวมทั้งตัวเราด้วย หุ หุ หุ

วันเสาร์ 29 พฤศจิกายน 2008 at 4:08 pm ใส่ความเห็น

Anfield

Anfield


anfield-stadium-cover1

Location : Liverpool, Merseyside, England
Coordinates : 53° 25′ 50.95″ N, 2° 57′ 38.98″ W
Opened : 1884
Owner : Liverpool F.C.
Operator : Liverpool F.C.
Surface : Grass
Capacity : 45,362
Field dimensions : 111 yards (101 m) by 74 yards (68 m)
Tenants : Liverpool F.C. (1892–present)

Anfield is an all-seater association football stadium in the district of Anfield
in Liverpool, England. The stadium was built in 1884 and was originally the
home of Everton F.C.. The club played at the ground until 1892, when they
left after a rent dispute. Since then the stadium has been home to Liverpool
F.C., who were formed as a result of Everton leaving Anfield. It is a Union of
European Football Associations (UEFA) 4-star rated stadium, and has hosted
many international matches at the senior level, including England matches.
The ground was also used as a venue during Euro 96. Earlier in its history the
stadium was also used as a venue for different events, such as boxing and
tennis matches.

The stadium currently comprises four stands; Spion Kop, Main Stand,
Centenary Stand and Anfield Road, giving a total capacity of 45,362. The
record attendance at the stadium is 61,905 which was set in a Football
Association Challenge Cup (FA Cup) tie between Liverpool and Wolverham-
pton Wanderers in 1952. This happened before the ground was converted to
an all-seater stadium in 1994, a change which greatly reduced its capacity.
Each of its four stands now have an all-seater layout following the recom-
mendations of the Taylor Report. Notable features of the stadium include two
gates named after former Liverpool managers: the Bob Paisley Gate and the
Bill Shankly gate. In addition, a statue of Shankly is situated outside
the stadium.

Anfield’s public transport links include rail and bus services but it lacks
dedicated parking facilities. There are plans to replace Anfield with a new
stadium in Stanley Park which would hold around 25,000 more spectators
than Anfield’s current capacity. The site is near the current stadium and its
construction would lead to Anfield’s demolition. The opening of the new
stadium is scheduled for 2011 but the state of the financial market and
disagreement between the club’s American co-owners makes this doubtful.
(เพิ่มเติม…)

วันเสาร์ 29 พฤศจิกายน 2008 at 11:32 am ใส่ความเห็น

Good Vibrations – The Beach Boys

Good Vibrations / The Beach Boys

I, I love the colorful clothes she wears
And the way the sunlight plays upon her hair
I hear the sound of a gentle word
On the wind that lifts her perfume through the air

Im pickin up good vibrations
Shes giving me excitations
Im pickin up good vibrations
(oom bop bop good vibrations)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)

Close my eyes
Shes somehow closer now
Softly smile, I know she must be kind
When I look in her eyes
She goes with me to a blossom world

Im pickin up good vibrations
Shes giving me excitations
Im pickin up good vibrations
(oom bop bop good vibrations)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
Shes giving me excitations
(oom bop bop excitations)

(ahhhhhhh)
(ah my my what elation)
I dont know where but she sends me there
(ah my my what a sensation)
(ah my my what elations)
(ah my my what)

Gotta keep those lovin good vibrations
A happenin with her
Gotta keep those lovin good vibrations
A happenin with her
Gotta keep those lovin good vibrations
A happenin

Ahhhhhhhh
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
(Im pickin up good vibrations)
Shes giving me excitations
(oom bop bop)
(excitations)
Good good good good vibrations
(oom bop bop)
Shes na na…

Na na na na na
Na na na
Na na na na na
Na na na
Do do do do do
Do do do
Do do do do do
Do do do

วันเสาร์ 29 พฤศจิกายน 2008 at 8:00 am ใส่ความเห็น

โรคหน้าเบี้ยว

โรคหน้าเบี้ยว (Bell palsy) คืออะไร เป็นอาการหน้าเบี้ยวที่เกิดจาก เส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ด
(facial nerve) อักเสบหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ดดังกล่าวออกจากก้าน
สมองผ่านใต้กระโหลกศรีษะ มาโผล่ที่หน้าหูแล้วแยกเป็นสองแขนงทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อน
ไหวของกล้าม เนื้อใบหน้าด้านเดียวกัน แขนงบนช่วยในการหลับตา แขนงล่างช่วยดึงกล้ามเนื้อ
มุมปาก เช่น การยิ้ม การห่อปาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแขนงย่อยๆ ไปลี้ยงที่เยื่อแก้วหู และรับ
รสที่ลิ้นด้วย

เหตุที่เรียกว่า Bell palsy ก็เพราะ ได้ชื่อตามนายแพทย์ Charles Bell ศัลยแพทย์ชาวสก็อต
เป็นผู้บรรยายอาการของโรคนี้ไว้เป็นท่านแรกตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 19

หน้าเบี้ยว หลับตาไม่ได้ ไม่ใช่โรคอัมพาตหรือ?
อาการของโรค Bell’s palsy ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเร็วใน 1-2 วัน ตื่นมารู้สึกหน้าหนักๆ หลับตา
ไม่สนิท ตาแห้ง ทานน้ำมีน้ำไหลจากมุมปาก บางรายมีลิ้นชาหรือหูอื้อๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมาพบ
แพทย์เร็วเพราะมีคนทัก และกลัวเป็นอัมพาต ซึ่งอาการของสมองขาดเลือด (อัมพฤกษ์-
อัมพาต) จะแยกได้โดย มักจะมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย ได้แก่ แขนขาอ่อนแรงข้าง
เดียวกับที่มีปากเบี้ยว ตาเห็นภาพซ้อน เดินเซหรือมีอาการบ้านหมุน เป็นต้น

แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร จะติดต่อกันได้หรือไม่ ? พบว่า อาการหน้าเบี้ยวเกิดขณะที่เส้นประ
สาทมีการอักเสบ บวม หรือถูกกดทับ ในคนที่ปรกติแข็งแรงดีมาก่อน เชื่อว่าน่าจะมีการติดเชื้อ
ไวรัส เช่น ไวรัสเริม ไวรัสไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์, ผู้ป่วยเบาหวาน,
มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือต่อมน้ำเหลือง, ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV และกลุ่มผู้ได้รับอุบัติเหตุทางสมอง

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคหน้าเบี้ยว
ดูจากประวัติและอาการเป็นหลัก และการตรวจร่างกายโดยแพทย์ทางระบบประสาทโดยตรง
ในบางรายอาจจำเป็นต้องตรวจเลือด หรือเอกซเรย์ทางสมองเพิ่มเติม

แล้ววิธีการรักษาในปัจจุบันมีอะไรบ้าง
อย่างแรกต้องทราบก่อนว่าอาการ Bell’s palsy ในแต่ละรายไม่เท่ากัน สาเหตุหรือการบวม
อักเสบของเส้นประสาทก็ต่างกัน ในบางรายที่มีอาการน้อย อาจไม่ต้องทำอะไรก็หายเองได้
ใน 2 สัปดาห์ การศึกษาปัจจุบันพบว่ายากลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) ช่วยลดการบวมและอักเสบ
ของเส้นประสาท ทำให้หายเร็วขึ้น โดยให้ในวันแรกๆที่เริ่มมีอาการ เนื่องจากยาต้องให้ในขนาด
สูง จึงมักพบผลข้างเคียงได้ เช่น นอนไม่หลับ, แสบท้องจากกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น, หิวบ่อย
หรือน้ำหนักตัวเพิ่ม, นอกจากนี้ยังอาจทำให้บวมชั่วคราว และน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมากในรายที่
เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ส่วนยาในกลุ่มต้านไวรัสเริม จากผลการทดลองล่าสุดใน New
England journal medicine (November 13, 2007) แสดงให้เห็นว่ายาในกลุ่มต้านไวรัส
เริมไม่ได้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรค Bell’s palsy

เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถหลับตาได้สนิทหรือกระพริบตาน้อยลง ทำให้กระจกตาแห้ง สิ่งสำคัญ
ที่สุดในการรักษาโรค Bell’s palsy คือ ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบหรือแผลที่กระจกตา ซึ่ง
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้โดยการปิดตาและให้หยอดน้ำตาเทียม ส่วนการทำกายภาพโดย
การใช้ไฟฟ้ากระตุ้น หรือการแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม ก็มีรายงานว่าช่วยในบางราย

ใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน และจะหายสนิท ?
ส่วนใหญ่จะดีขึ้นมากใน 2 อาทิตย์แรก และประมาณ50% ของผู้ป่วยจะหายสนิท และส่วนที่
เหลืออาการจะค่อยๆดีขึ้นใน 3-6 เดือน แต่ในรายที่เส้นประสาทมีปัญหาอยู่เดิม เช่น เบาหวาน
หรือ เกิดจากเชื้องูสวัด มักจะไม่หายสนิท โอกาสที่เป็นซ้ำอีกพบน้อยมาก ถ้าเกิดเป็นซ้ำหลาย
ครั้ง แพทย์จะหาสาเหตุเพิ่มเติม

ข้อมูลจากบทความสุขภาพ วารสารเก้าทันโรค โรงพยาบาลพระรามเก้า

วันศุกร์ 28 พฤศจิกายน 2008 at 8:00 am ใส่ความเห็น

เปิดห้างวันใหม่ไฉไลแจ้งวัฒนะ

หลังจากลงมือทำงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตั้งแต่งานขึ้นโครงผนังยิบซั่มและปิดแผ่นพร้อม
เสร็จสรรพ และขึ้นโครงฝ้าเพดานปิดแผ่น รวมถึงงานตกแต่งผนัง Built-In และงานตกแต่งเสา
ต่างๆ และอุปกรณ์แขวน Option ทั้งหมดในงานตกแต่ง รวมถึงงาน Loose Fixture ที่อยู่ในงาน
ตกแต่งของชั้น ซึ่งมีทั้งหนทางอันราบเรียบ และอุปสรรคขวางหนามต่างๆ ทางการแก้ไขงาน
งานเพิ่มเติม งานเร่งด่วน ที่ต้องทำวินาทีนั้น และการเพิ่มเติมที่หน้างานตลอดเวลา (หรือเปล่า)

ทั้งหมดตั้งแต่ต้น จนกระทั่งวันนี้ 27 พฤศจิกายน วันดีหรือฤกษ์ดีในการเปิดห้างเซ็นทรัลแจ้ง
วัฒนะ ใช้เวลาร่วมสี่เดือน ในที่สุดก็หลุดมาอีกโปรเจ็กต์หนึ่ง ซึ่งที่เหลือก็รอเก็บงานตาม Defect
ที่เกิดขึ้น หรือที่ทางสาขาและคอนซัลท์คอมเม้นต์มา ตอนนี้เปิดห้างใหม่ผู้คนมากมายที่แจ้ง
วัฒนะ ปล่อยให้ขายของกันไปก่อน แล้วค่อยเก็บงานตาม ต่อไปงานที่รออยู่ขึ้น เซ็นทรัลพัทยา
อีกโปรเจ็กต์นึงที่รอปิดงานอยู่

ปล่อยให้คนงาน และช่าง ต่างๆ ได้พักผ่อนกันสักหน่อยเหนื่อยล้ามามากแล้ว ตอนนี้เอามือไป
จิ้มทุกคนไม่ได้จริงๆ กรอบเป็นข้าวเกรียบกุ้งแล้ว ชาร์ทแบตก่อนแล้วเริ่มลุยต่อ คนนะไม่ใช่
หุ่นยนต์ !!!

วันพฤหัส 27 พฤศจิกายน 2008 at 4:37 pm ใส่ความเห็น

Older Posts


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!