Archive for กันยายน, 2008

Viva La Vida – Coldplay

Viva La Vida / Coldplay

I used to rule the world
Seas would rise when I gave the word
Now in the morning I sleep alone
Sweep the streets I used to own

I used to roll the dice
Feel the fear in my enemies eyes
Listen as the crowd would sing:
“Now the old king is dead! Long live the king!”

One minute I held the key
Next the walls were closed on me
And I discovered that my castles stand
Upon pillars of salt, and pillars of sand

I hear Jerusalem bells are ringing
Roman Cavalry choirs are singing
Be my mirror my sword and shield
My missionaries in a foreign field
For some reason I can not explain
Once you know there was never, never an honest word
That was when I ruled the world
(Ohhh)

It was the wicked and wild wind
Blew down the doors to let me in.
Shattered windows and the sound of drums
People could not believe what I’d become
Revolutionaries Wait
For my head on a silver plate
Just a puppet on a lonely string
Oh who would ever want to be king?

I hear Jerusalem bells are ringing
Roman Cavalry choirs are singing
Be my mirror my sword and shield
My missionaries in a foreign field
For some reason I can not explain
I know Saint Peter won’t call my name
Never an honest word
And that was when I ruled the world
(Ohhhhh Ohhh Ohhh)

Hear Jerusalem bells are ringings
Roman Cavalry choirs are singing
Be my mirror my sword and shield
My missionaries in a foreign field
For some reason I can not explain
I know Saint Peter will call my name
Never an honest word
But that was when I ruled the world
Oooooh Oooooh Oooooh

Advertisements

วันอังคาร 30 กันยายน 2008 at 8:00 am 1 ความเห็น

มารดาอันมหัศจรรย์

บทที่ 6
มารดาอันมหัศจรรย์

มหิทธานุภาพอันล้ำลึกนั้นมิเคยดับสูญ
เป็นมารดาอันมหัศจรรย์
จากทวาราแห่งมารดานี้เอง
ได้ก่อเกิดรากฐานแห่งฟ้าและดิน

นานแสนนานสืบมา
สิ่งนี้ยังคงดำรงอยู่
มีคุณประโยชน์มากมาย
ใช้ได้มิรู้หมดสิ้น

จากหนังสือวิถีแห่งเต๋า คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง

วันอังคาร 30 กันยายน 2008 at 7:58 am ใส่ความเห็น

จิตผ่องใส กินเจหนึ่งปีครั้ง

ช่วงนี้คุณอาจจะเห็นคนแต่งชุดขาวทั้งชุด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้หญิง และผู้ชาย ไม่ต้องแปลกใจ
และตกใจ คนกลุ่มนี้ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่มีการขัดแย้ง แบ่งพักแบ่งพวก ไม่ต้องตั้งเวที ไม่มีการ
ทะเลาะไม่มีชุดเหลือง – ชุดแดง โอ๊ะ… ลืมไป เหลืองก็มีบ้าง ธงเหลืองไง!!!

เนื่องจากช่วงนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม เดือนหน้า อยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ
งดเว้นเนื้อสัตว์ แต่งชุดขาว เข้าโรงเจ เข้าวัด กินผัก ไม่กินเนื้อ ทำจิตใจให้ผ่องใส ตั้งจิตอธิฐาน
นึกถึงแต่สิ่งที่ดีๆ จิตสงบ สมาธิเกิด ปัญญามี จะบรรลุถึงแก่น!!! เอ๊ยไม่ใช่อย่างนั้น

จากการวิจัยพบว่าการกินพืชผัก ในช่วงเทศกาลกินเจ ละเว้นเนื้อสัตว์ จะช่วยทำให้ขจัดสารพิษตก
ค้างต่างๆ ของร่างกายออกไป แถมยังช่วยในการขับถ่ายได้ดี ไม่ต้องเครียดเพราะอึไม่ออก (ฮาา)
จริงๆ แล้วที่บ้านเริ่มกินเจตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว  เริ่มกินก่อนชาวบ้านเค้าทุกปี กินมาหลายปีแล้วตั้ง
แต่จำความได้ (ถ้าจำไม่ได้คงไม่กิน อิ อิ อิ) กินมันทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้แต่จิ้งจก ต้องกินผักด้วย
(อันนี้เวอร์ซะ)

ฮ่าๆๆๆ ก่อนกินเจหนึ่งวัน เค้ามีธรรมเนียม หรือเรียกว่าทำเนียน (หรือเปล่า) ก็คือต้องมีการกินล้าง
ท้อง ท้องล้าง นึกที่อยากจะกินตอนชั่วโมงนั้นหรือปัจจุบันนั้นๆ (งงอะจิ) แล้วก็จัดการสั่งมากิน
หรือไปหามากิน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะไม่ได้กินของพวกนี้ในช่วงหน้าเจ เรียกได้ว่า
กินเพื่ออด อดเพื่อจะกินเจ (มั่วไปเรื่อย) คืนวันเสาร์สั่งโออิชิ กับพิซซ่า มาล้างท้อง กินจนจุกไป
ถึงลูกตาเหลือกออกมาข้างนอก อิ อิ อิ

ว่าแล้วการกินเจก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา kick off ด้วยการเตะ อาหารหมี่เป็ดเจ ประเดิม
มื้อแรกของชีวิตเจได ไปหนึ่งมื้อ แถมด้วยอื่นๆ อีกไม่มากไม่น้อย กินอย่างพอเพียง ไม่มีอะไร
มากผักทั้งน้านๆๆๆ  ฮ่าๆๆๆ จิตใจเริ่มผ่องใส ขจัดธาตุไฟแตกซ่านในลมปราณออกไปหมด ไม่ต้อง
คิดอะไรมากกับเวลาช่วงเทศกาลที่เหลืออยู่ ไม่มีเนื้อ ไม่มีหนัง ไม่มีสแตนอิน กินจริงๆ ไม่มีคนกิน
แทน (ก็กินเองไง ให้คนอื่นกินมันจะอิ่มได้ไง)

วันจันทร์ 29 กันยายน 2008 at 1:39 pm 3 ของความคิดเห็น

ปวดหลังพบบ่อยทุกอาชีพ

ปวดหลังเป็นอาการที่พบบ่อยมาก รองจากปวดศีรษะ นอกจากชาวไร่ชาวนาที่ทำงานก้มๆ เงยๆ
อยู่เป็นประจำแล้ว ประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ปวดหลังได้ เพราะทุกคนต้อง
เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เป็นประจำ เช่น นอน นั่ง ยืน เดิน ยกของ ออกกำลังกาย การเคลื่อนไหว
เหล่านี้เราทำจนเป็นอัตโนมัติ ถ้าไม่มีปัญหาไม่เจ็บไม่ปวดเราก็คงไม่ใส่ใจอะไรมากนัก เคยทำ
อย่างไรก็ทำไป แต่เมื่อใดเกิดปวดขึ้นมาอย่างเช่น ปวดหลัง ปวดมากจนกลายเป็นปวดเรื้อรังก็
จะรู้สึกเดือดร้อนขึ้นมาแล้ว เพราะจะทำให้ทำงานไม่ได้หรือทำงานไม่ถนัด ถ้าปวดเรื้อรัง เทียวเข้า
เทียวออกโรงพยาบาลก็จะทำให้เสียเวลา เสียทรัพย์ หรืออาจจะตกงานได้ สาเหตุของอาการปวด
หลังมีหลายสาเหตุส่วนใหญ่ป้องกันได้ การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญดีกว่าจะปล่อยให้เจ็บป่วย
แล้วจึงมารักษา

  • สาเหตุ

สาเหตุที่พบบ่อยในทุกอาชีพคือ การที่ท่าทางที่ไม่ถูกสุขลักษณะ บิดเอี้ยวตัวโดยแรงรวดเร็ว ไม่่
ออกกำลังกายหรือทำน้อยไป ทำให้กล้ามเนื้อไม่มีความยึดหยุ่น นอกจากนั้นอาจเกิดจากความ
เสี่อมของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด จากเนื้องอกของประ
สาทไขสันหลัง กระดูกไขสันหลังอักเสบ จากโรคอื่นๆ ทำให้ปวดหลัง เช่น โรคไต โรคของต่อม
ลูกหมาก หรือมดลูกหรือรังไข่ เป็นต้น ความเครียดทางร่างกาย จิตใจทำให้เกิดการเกร็งของ
กล้ามเนื้อหลังและคอ ที่นอนที่อ่อนนุ่มเกินไป ความอ้วน หรือเกิดจากการแพร่กระจายของโรค
มะเร็งก็ทำให้เกิดปวดหลังได้

  • การรักษา ที่ดีที่สุดหรือป้องกัน เช่น

1.ลดน้ำหนักตัว ควบคุมให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
2.เรียนรู้และปฎิบัติให้มีท่าทางที่ถูกต้อง เช่น นั่ง ยืน นอน ยกของ เป็นต้น
3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

เมื่อมีอาการปวดหลังโดยทั่วไปมีการรักษาหลายวิธี แล้วแต่ความรุนแรงของอาการอาจจะเริ่ม
จากแนะนำให้พักผ่อน รับประทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือรักษาโดยกายภาพบำบัด
เป็นการใช้เครื่องมือเพื่อให้ความร้อน ความเย็นหรือเครื่องยึดหลัง หรือกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วย
ไฟฟ้าเพื่อบรรเทาอาการปวด การอักเสบที่่หลัีง ถ้าไม่ดีขึ้นอาจต้องผ่าตัด
การรักษาในกลุ่มที่มีสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลัง มีเป้าหมายเพื่อลดอาการ
ปวด และสามารถให้ผู้ป่วยกลับไปทำงานหรือดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว รวมทั้งป้องกันหรือ
ชะลอความเสื่อมของโครงสร้างกระดูกสันหลังไว้

ข้อมูลจากคอลัมม์รักสุภาพ หนังสือพิัมพ์ คม ชัด ลึก

วันจันทร์ 29 กันยายน 2008 at 7:00 am ใส่ความเห็น

Foxit Reader อ่านเร็วจิ๊ดกับจิ้งจอก PDF

ทุกวันนี้การท่องโลกอินเตอร์เน็ท เพื่อใช้งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องธุรกิจและการศึกษาเป็น
สิ่งที่ขาดไม่ได้ จะมากจะน้อยต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกันหมดและเอกสารและไฟล์บางอย่างที่ใช้งาน
บางส่วนหรือส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปไฟล์ PDF ซึ่งเป็นเอกสารที่ประกอบด้วยตัวอักษรและไฟล์รูป
ภาพจำนวนมาก โปรแกรมประจำเครื่องส่วนมากที่ใช้เปิดไฟล์ชนิดนี้คือ Acrobat Reader ซึ่ง
เวอร์ชั่นหลังๆ มา เรียกได้ว่าหน่วงเครื่องจริงๆ  เวลาเปิดไฟล์ PDF แต่ละที รอจอเมื่อยตุ้ม โดย
เฉพาะท่านผู้มีเครื่องรุ่นเก่าๆ

Foxit Reader  เป็นอีกโปรแกรมหนึ่ง ที่สามารถอ่านไฟล์สกุล PDF ได้ดีไม่แพ้โปรแกรมดังๆ
ด้วยขนาดไฟล์โปรแกรมที่เล็ก อินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย แต่ความสามารถไม่ง่ายตาม (งงอะดิ)
การทำงานได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว เหมือนจิ้งจอก ออกล่าเหยื่อ (พูดไปนั่นเลย อิ อิ อิ) และมี
Add-on ต่างๆ ให้โหลดไปใช้งานเพิ่มเติม ความสามารถของโปรแกรมพร้อมฟังก์ชั่นการ
ทำงานที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาให้รองรับกับมาตราฐาน PDF 1.7 หายห่วงเรื่องประสิทธิภาพและ
คุณภาพการทำงาน ที่สำคัญเป็น Freeware ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ความสามารถอื่นๆ ของโปรแกรมมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • Incredibly small: The download size of Foxit Reader is only 2.55 M
    which is a fraction of Acrobat Reader 20 M size.
  • Breezing-fast: When you run Foxit Reader, it launches instantly
    without any delay. You are not forced to view an annoying splash
    window displaying company logo, author names, etc.
  • Annotation tool: Have you ever wished to annotate (or comment on)
    a PDF document when you are reading it? Foxit Reader allows you to
    draw graphics, highlight text, type text and make notes on a PDF
    document and then print out or save the annotated document.
  • Text converter: You may convert the whole PDF document into a
    simple text file.
  • High security and privacy: Foxit Reader highly respects the security
    and privacy of users and will never connect to the Internet without
    users’ permission. While other PDF readers often silently connect to
    the Internet in the background. Foxit PDF Reader does not contain
    any spyware.

HOMEPAGE : http://www.foxitsoftware.com
Download : Foxit Reader 2.3.3309 (File Size : 2.57MB)

Thank You For Foxit Reader Team.

วันอาทิตย์ 28 กันยายน 2008 at 12:11 pm ใส่ความเห็น

โชอุนและแม่ของเขา

15
โชอุนและแม่ของเขา

โชอุน กลายเป็นอาจารย์แห่งโซโตเซน เมื่อเขายังเป็นนักเรียนพ่อของเขาจากไป ทิ้งเขาให้ดูแล
แม่ที่ชรามาก
เมื่อใดก็ตามที่โชอุนมาที่สมาธิสถาน เขาจะนำแม่ของเขามาด้วย ดังนั้นแม่จึงต้องมากับเขา เมื่อ
เขามาเยี่ยมเยียนวัด เขาก็ไม่สามารถอาศัยอยู่กับพระได้ เขาจึงสร้างกระท่อมเล็กๆ เพื่อดูแลแม่
ที่นั่น เขามักคัดลอกพระสูตร พระพุทธวัจนะเพื่อนำไปขาย นำเงินเพียงเล็กน้อยมาซื้ออาหาร

เมื่อโชอุนซื้อปลาเพื่อแม่ของเขา เขาจะถูกเยาะเย้ยจากพวกชาวบ้าน เพราะพระไม่ได้รับอนุญาต
ให้ฉันเนื้อสัตว์ แต่โชอุนก็ไม่ใส่ใจ แม่ของเขารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นคนอื่นหัวเราะเยาะลูกของหล่อน
จึงบอกแก่โชอุนว่า “แม่คิดว่าแม่จะบวชเป็นชี แม่จะได้ฉันมังสวิรัติด้วย” และเธอก็ได้ทำตามที่พูด
ทั้งสองศึกษาธรรมด้วยกัน

คืนหนึ่งหญิงสาวคนหนึ่งผ่านมาข้างบ้านของเขา และได้ยินเสียงดนตรี สัมผัสอย่างลึกซึ้ง เธอเชิญ
โชอุนมาเยี่ยมเยียนเธอในเย็นวันรุ่งขึ้นเพื่อเล่นดนตรี เขาตอบรับคำเชิญสามวันต่อมาเขาพบหญิง
สาวบนถนน เขาจึงกล่าวขอบคุณหญิงสาวสำหรับการต้อนรับของหล่อน คนอื่นๆ หัวเราะเยาะเขา
เพราะหญิงสาวที่เขาได้เยี่ยมเยียนเป็นหญิงเกอิชา

วันหนึ่งโชอุนต้องเดินทางไปวัดห่างไกลแห่งหนึ่งเพื่อส่งมอบคำสอน สองสามเดือนต่อมา เมื่อเขา
กลับมาก็รุ้ว่าแม่ของเขาสิ้นบุญไปแล้ว เพื่อนๆ ของเขาไม่รู้ว่าจะตามเขาได้ที่ไหนจึงได้จัดการฝัง
ศพแม่ของเขา
โชอุน เข้าไปใกล้หลุมศพ และเคาะโลงด้วยไม้เท้าของเขา
“แม่จ๋า ลูกของแม่กลับมาแล้ว”
“แม่ดีใจที่ลูกกลับมา” เขาตอบแทนแม่ของเขา
“ใช่ลูกก็ดีใจเหมือน” โชอุนตอบ หลังจากนั้นเขาก็ ประกาศต่อหน้าฝูงชนว่า “พิธีศพเสร็จแล้วนำ
ศพไปเผาได้”

เมื่อโชอุนเข้าสู่วัยชรา ท่านรู้ตัวว่าวาระสุดท้ายเข้าใกล้มาทุกที ท่านขอให้ศิษย์มาล้อมรอบตัวเขา
ในตอนเช้า บอกกับพวกศิษย์ว่าท่านกำลังจะจากไปในตอนเที่ยง ท่านเผากำยานหน้ารูปแม่และ
อาจารย์ผู้เฒ่าของท่าน ท่านเขียนบทกวีไว้ว่า
“สำหรับ 56 ปีที่เราอยู่ เราทำดีที่สุดแล้ว
สร้างมรรคของเราในโลกนี้
ขณะนี้ฝนหยุดตก เมฆแจ่มใส
ท้องฟ้าสีฟ้า มีจันทราเต็มดวง”
ศิษย์ของท่านล้อมรอบตัวท่าน ท่องพระสูตร และโชอุนก็จากไปพร้อมกับเสียงสวดมนต์


จากหนังสือ เนื้อเซน กระดูกเซน

วันอาทิตย์ 28 กันยายน 2008 at 7:58 am ใส่ความเห็น

Camp Nou

Camp Nou


Location : Barcelona, Spain
Coordinates : 41° 22′ 51.2″ N, 2° 7′ 22.19″ E
Opened : September 24, 1957
Owner : FC Barcelona
Operator : FC Barcelona
Construction cost : 288 million pesetas
Architect : Phillip Mitjans-Miró, Lorenzo García Barbon Agnew
Capacity : 98,772
Field dimensions : 105 metres (115 yd) x 68 metres (74 yd)
Tenants : FC Barcelona (1957–present)

The Camp Nou (IPA: [kam ˈnow], Catalan for “new field”, often erroneously called
the Nou Camp in both Spanish and English) is a football stadium in Barcelona,
Spain. The stadium has been the home of FC Barcelona since its construction in
1957. It is a UEFA 5-star rated stadium, and has hosted numerous international
matches at senior level, and UEFA Champions League finals, the most recent
being in 1999. It has a capacity of 98,772, making it the largest stadium in Europe,
and the tenth largest in the world. Its official name was Estadi del FC Barcelona (FC
Barcelona Stadium) until 2000, when the club membership voted to change the
official name to the popular nickname, Camp Nou.

Opposite Camp Nou is the Palau Blaugrana, the stadium for indoor sports and
adjacent is the Ice Rink, the stadium for ice-based sports. Just behind the complex
is the Mini Estadi, the stadium where the FC Barcelona Atlétic plays its games.

(เพิ่มเติม…)

วันเสาร์ 27 กันยายน 2008 at 10:00 am ใส่ความเห็น

Older Posts


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!