ดูแลจิตใจอย่างไร ไม่ให้เป็นโรคซึมเศร้า

วันศุกร์ 23 มกราคม 2009 at 9:17 am ใส่ความเห็น

“เอ” หญิงไทยวัย 40 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลด้วยอาการปวดศีรษะ
และนอนไม่หลับ หลังจากแพทย์ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดไม่พบความผิดปกติใด ๆ และ
กำลังจะสั่งยา เอก็เริ่มร้องไห้และเล่าว่าเธอกำลังมีปัญหาครอบครัว แพทย์จึงได้แนะนำให้เธอ
มาพบจิตแพทย์ หลังจากเอได้คุยกับจิตแพทย์นานประมาณครึ่งชั่วโมง ทำให้เข้าใจว่าอะไรที่
เป็น สาเหตุทำให้เธอนอนไม่หลับและมีอาการปวดศีรษะ นอกจากอาการดังกล่าวแล้วยังพบว่าเอมี
อาการอื่นๆ มากกว่านั้น เช่น อารมณ์เศร้า ร้องไห้คนเดียวเกือบทุกคืนมากว่า 2 สัปดาห์ เอเหนื่อย
ไม่อยากทำอะไร เบื่ออาหารจนน้ำหนักลด 3-4 กิโลกรัม ใน2-3 เดือนที่ผ่านมา     ท้อแท้  จนบาง
ครั้งคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เพราะสามีที่แต่งงานกับเธอมากว่า 10 ปี
จนมีลูกด้วยกัน 2 คน กำลังนอกใจเธอ กลับบ้านดึก ไม่สนใจเธอกับลูกเหมือนก่อน

เอ ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคซึมเศร้า และได้รับการรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้าและการทำจิตบำบัด
แบบประคับประคอง  สัปดาห์ละ  1 ครั้ง 3  สัปดาห์ผ่านไปเธอเริ่มดีขึ้น  นอนหลับได้ รับประทานอา
หารได้ อารมณ์แจ่มใสขึ้น มีสมาธิสามารถทำงานได้เหมือนก่อน และรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า โดย
เฉพาะกับลูกที่น่ารักทั้ง 2  คนของเธอ หลัง จากนั้น  สามีเธอมาพบจิตแพทย์ด้วยได้พูดคุยยอมรับ
ในความผิดพลาด และรับปากจะเลิกกับผู้หญิงอีกคนให้เด็ดขาด   โดยบอกว่าช่วงหนึ่งเวลาที่ทั้งคู่มี
ให้กันเริ่มน้อยลง  จากที่ทั้งคู่ต้องทำงานและดูแลลูก  จนลืมดูแลตัวเองและคนรักไป  สถานการณ์
ในครอบครัวเริ่มดีขึ้น  จนกลับมามีความสุขเหมือนเดิม  เอรับประทานยาตามที่จิตแพทย์สั่งจนครบ
6 เดือน ระหว่างรักษาเธอเปลี่ยนความคิดและ  พฤติกรรมหลายอย่าง  รวมทั้งมีการควบคุมอารมณ์
ที่ดีขึ้น

โรคซึมเศร้า คืออะไร
โรค ซึมเศร้า  เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง  ที่มีอาการเด่นในด้านอารมณ์  เช่น  อารมณ์เศร้า และ
ความเหนื่อยหน่าย  ไม่มีความสุข ร่วมกับอาการอื่น ๆ ตามเกณฑ์วินิจฉับยของสมาคมจิตแพทย์
อเมริกาดังต่อไปนี้
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า มีอาการดังต่อไปนี้ 5 อาการหรือมากกว่า ได้แก่

  1. มีอารมณ์ซึมเศร้า (ในเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิดก็ได้)
  2. ความสนใจหรือความเพลินใจในกิจกรรมต่างๆ แทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก
  3. น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก (น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน) หรือมี
    การเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก
  4. นอนไม่หลับหรือหลับมากไป
  5. กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือเชื่องช้าลง
  6. อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
  7. รู้สึกตนเองไร้ค่า หรือรู้สึกผิดอย่างไม่เหมาะสมหรือมากเกินควร
  8. สมาธิลดลงใจลอย หรือลังเลใจไปหมด
  9. คิดเรื่องการตาย คิดอยากตาย
    * ต้องมีอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ
    * ต้องมีอาการเป็นอยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และต้องมีอาการเหล่านี้อยู่เกือบตลอดเวลา
    แทบทุกวัน ไม่ใช่เป็นๆ หายๆเป็นเพียงแค่วันสองวันหายไปแล้วกลับมาเป็นใหม่

โรคซึมเศร้า แตกต่างจากภาวะซึมเศร้าอย่างไร
คำว่า “โรค”บ่งว่าเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการ
ทุเลาต่างจากภาวะอารมณ์เศร้าตามปกติธรรมดาที่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวคลี่คลายลงหรือมีคน
เข้าใจเห็นใจ อารมณ์เศร้านี้ก็อาจหายได้  ถ้า เกิดการสูญเสีย ย่อมต้องมีภาวะซึมเศร้าเป็นธรรมดา
ถ้าใครสูญเสียคนที่เป็นที่รัก เช่น  คุณพ่อ คุณแม่  แล้วไม่เศร้าคงไม่ใช่คนปกติธรรมดาทั่วไป  ผู้ที่
ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านอกจากมี   อารมณ์ซึมเศร้าร่วมกับอาการต่างๆ  แล้วการทำงานหรือการประ
กอบกิจวัตรประจำวันก็แย่ลงด้วยคนที่เป็นแม่บ้านก็ทำงานบ้านน้อยลง หรือมีงานบ้านคั่งค้างคนที่
ทำงานนอกบ้านก็อาจขาดงานบ่อยๆ จนถูกเพ่งเล็งเรียกว่าตัวโรคทำให้การประกอบกิจวัตรประจำ
วันต่างๆ  บกพร่องลง คน ที่เป็นโรคซึมเศร้า  ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเป็นคนอ่อนแอ  แกล้งเป็น
เพื่อขอความเห็นใจ แต่เขาเป็นจริงๆ ทำให้ไม่มีแรง ไม่มีกำลังที่จะแก้ไขปัญหาได้ คนที่ไม่เป็นโรค
อาจจะไม่เข้าใจผู้ป่วย หรืออาจเข้าใจในทางที่ผิดว่าทำไมแกล้งทำ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นยากเลยที่จะ
แก้ปัญหา แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษา ได้รับความเข้าใจจากคนรอบข้างก็จะมีอาการดีขึ้น และหาย
จากโรคได้

โรคซึมเศร้า พบได้มากน้อยแค่ไหน
จากการสำรวจที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า โอกาสที่จะพบคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีถึงร้อยละ 10-
25 ในผู้หญิง  และร้อยละ  5-12  ในผู้ชาย  และในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั้งหมด สองในสามเคยพยา
ยามทำร้ายร่างกายตัวเองมาก่อน และร้อยละ 10-15 ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเสียชีวิตเพราะทำร้าย
ตัวเองสำเร็จ จากตัวเลขดังกล่าว  จะเห็นว่า โรคซึมเศร้า ไม่ใช่เรื่องเล็ก เรีองไกลตัวอีกแล้วนะครับ

โรคซึมเศร้า มีสาเหตุมาจากอะไร
สาเหตุภาวะซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุแต่ละสาเหตุจะมีผลกระทบซึ่งกันและกันสาเหตุของภาวะ
ซึมเศร้าที่ได้มีการศึกษาค้นพบประกอบด้วย

  1. สาเหตุทางพันธุกรรม พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องสูงในโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะในกรณี
    ของผู้ที่มีอาการเป็นซ้ำหลายๆ ครั้ง และภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นครั้งแรกในวัยเด็กหรือวัยรุ่น
    การศึกษาเด็กที่พ่อแม่มีภาวะซึมเศร้า พบว่ามีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าสูงกว่าเด็กทั่วไป
    ในทำนองเดียวกันการศึกษาญาติของเด็กที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า   พบว่ามีอัตราการป่วย
    ด้วยโรคซึมเศร้าสูงกว่าญาติของเด็กทั่วไป
  2. สาเหตุทางสังคม   ปัจจัยเสี่ยงทางจิตสังคมหลายอย่างเป็นสาเหตุให้เด็กเกิดโรคซึมเศร้า
    โดยเฉพาะการเลี้ยงดูในวัยเด็ก การที่เด็กมีแม่ที่มีปัญหาทุกข์ใจเลี้ยงดูลูกได้ไม่ดี หรือมี
    ครอบครัวที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ปัญหาเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย ทำให้เด็กมีความ
    เสี่ยงที่จะเกิดโรคซึมเศร้า ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้แก่ เหตุการณ์ในชีวิตที่เกิดขึ้นกะทันหัน เช่น
    การเสียชีวิตหรือการหย่าร้างของพ่อ แม่ และเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตที่เรื้อรัง เช่น การถูก
    กระทำทารุณทางร่างกายและทางเพศ การถูกทอดทิ้ง
  3. กลไกทางจิตใจ มีทฤษฏีหลายทฤษฏีที่พยายามอธิบายสาเหตุของภาวะซึมเศร้า เช่น
    ทฤษฎี learned helplessness ซึ่งอธิบายว่าการที่เราพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งรอบตัวที่ไม่
    ดี หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ  อาจทำให้ขาดแรงจูงใจ เฉยชา และซึมเศร้าได้    อีกทฤษฎีได้
    แก่ทฤษฎีทางความคิดที่เป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้าว คนที่มีความคิดในทางลบเกี่ยวกับ
    ตัวเอง โลก และอนาคต มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า กลไกทางจิตใจอื่นที่มีการศึก
    ษา พบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะซึมเศร้าในเด็ก  ได้แก่   ความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า
    ไร้ความสามารถ และไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อน
  4. กลไกทางชีววิทยา การสังเกตยาที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและการค้นพบยาที่รักษาโรค
    ซึมเศร้านำไปสู่สมมติฐานของสารสื่อประสาทในสมอง ที่ว่าภาวะซึมเศร้าเกิดจากสารดัง
    กล่าวลดลง เป็น  ที่มาของคำว่าสารเคมีในสมองไม่สมดุล การรับประทานยาต้านซึมเศร้า
    ก็เพื่อไป ปรับสารเคมีดังกล่าวให้กลับสู่ภาวะสมดุลได้อย่างรวดเร็วซึ่ง  สัมพันธ์กับกับอา
    การต่างๆที่ดีขึ้น เช่น อารมณ์ ความอยากอาหาร การนอน ฯลฯ

โรคซึมเศร้า เป็นแล้วหายขาดได้หรือไม่
ปัจจุบัน เชื่อว่าโรคซึมเศร้า เป็นโรคที่มีลักษณะเรื้อรังนั่นคือ หลังจากหายแล้วมีโอกาสกลับมาเป็น
ซ้ำได้อีก โดยมีการคาดการณ์จากองค์การอนามัยโลกว่า ในปี ค.ศ. 2020 โรค ซึมเศร้า จะทำให้
เกิดภาระต่อผู้ที่เจ็บป่วยและญาติ เช่น ต้องสูญเสียรายได้เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้  การต้อง
ได้รับการดูแลจากคนใกล้ชิด ก็ถือเป็นภาระของผู้ดูแล โดยเป็นโรคที่เป็นภาระรุนแรงเป็นอันดับ 2
รองจากโรคหัวใจ จึง มีการพยายามรณรงค์ป้องกัน เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลับเป็นซ้ำโดยการรับประทาน
ยาตามกำหนดระยะเวลาที่แพทย์ สั่งจะช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้ดีกว่าผู้ป่วยที่หยุดการรักษา
เมื่อยัง ไม่ครบระยะเวลาในการรักษา

โรคซึมเศร้า รักษาอย่างไร
2 วิธีสำคัญ ได้แก่การรักษาด้วยยา และการทำจิตบำบัด โดยการรักษาที่ถูกต้องจะนำไปสู่การป้อง
กันการกลับเป็นซ้ำได้ดีกว่า

  1. การรักษาด้วยยาจาก การค้นพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีสารเคมีในสมองที่มีความ
    ผิดปกติไป และหลังจากได้รับการรักษาด้วยยาแล้วเมื่อสารเคมีกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นำไป
    สู่อาการที่ดีขึ้น การรักษาด้วยยาจึงเป็นวิธีหลักที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ทุเลาจากอา-
    การได้อย่างรวดเร็ว  กว่าผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยา ใน อดีต  ยาที่ใช้ในการรักษามีผล
    ข้างเคียงมาก ทำให้การรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร แต่ปัจจุบัน  มียาที่ผลิตออกมา
    ใหม่ ที่มีผลข้างเคียงน้อยมาก  ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาได้อย่างต่อเนื่อง  นำไป
    สู่ผลการรักษาที่ดีกว่าสมัยก่อนมาก  การ  รักษาด้วยการช็อกไฟฟ้า  ก็เป็นอีกวิธีการรักษา
    ที่ปลอดภัย และได้ผลดีในรายที่มีอาการรุนแรง มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองรุนแรง แต่
    ไม่เป็นที่นิยม ด้วยทัศนคติ ความกลัวว่าเป็นวิธีการที่อันตราย ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
  2. การรักษาด้วยจิตบำบัดนอกเหนือจากการักษาด้วยยาแล้วการ ได้พูดคุยกับจิตแพทย์ก็ถือ
    เป็นการรักษาอีกทางที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น การทำจิตบำบัดมีหลายแบบ อาจเป็นแค่การ
    ทำจิตบำบัดแบบประคับประคองอาการ   หรือถึงขั้นการทำจิตบำบัดเพื่อเปลี่ยนความคิด
    เปลี่ยนพฤติกรรม นำไปสู่ทักษะการแก้ปัญหาที่ดี การมองโลกในแง่บวกและป้องกันการ
    กลับเป็นซ้ำได้

ดูแลจิตใจอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้า
หลังจากเรารู้จักโรคซึมเศร้ามากพอควรแล้ว หมอขอแนะนำ 9 วิธีดูแลจิตใจเพื่อให้ตัวเองห่างไกล
จากการเป็นโรคซึมเศร้าให้มากที่สุด

  1. รู้จักตัวเอง การ รู้จักตัวเอง พูดง่ายแต่ทำยาก ต้องค้นให้เจอจริงๆ ว่าเราเป็นคนอย่างไร มี
    จุดอ่อน จุดแข็งในตัวเองอย่างไร มีความภาคภูมิใจอะไรบ้างในตัวเอง การที่เรายิ่งรู้จักตัว
    เองดีเท่าไร ก็จะทำให้เราหลีกเลี่ยงการเผชิญในสถานการณ์ที่จะทำให้เราผิดหวังเสียใจ
    ได้หรือเตรียมรับมือกับมันได้
  2. ศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีทุก ศาสนาล้วนสอนให้เราเป็นคนดี และสอนให้เรามี
    ความสุข การมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจย่อมเป็นเครื่องป้องกันชิ้นดีที่จะทำ ให้เรา
    ปราศจากความทุกข์ได้
  3. ครอบครัว คือ สิ่งที่รักเรามากที่สุด ไม่มีใครจะรักเราเท่ากับครอบครัวของเราอีกแล้ว โดย
    เฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของเรา เวลาผิดหวังเสียใจ หลายๆคนทิ้งเราไป แต่ครอบครัวจะไม่มี
    ทางทิ้งเราเสมอ เมื่อเรามีความสุข ก็อย่าลืมนึกถึง แบ่งปันความสุขให้ครอบครัวบ้าง
  4. เพื่อนคำ ว่าเพื่อน ฟังแล้วอบอุ่นเสมอ คือคนที่เข้าใจเรา เป็นที่ปรับทุกข์ให้เราได้อีกทาง
    นอกจากครอบครัว   เมื่อเรามีความสุขดี แบ่งปันความสุขให้เพื่อนบ้าง อย่าเก็บไว้คนเดียว
    คบเพื่อนให้มากๆ อย่าแยกตัวอยู่คนเดียว
  5. งานอดิเรก เป็นสิ่งจำเป็นทีเดียว หางานอดิเรกที่ตัวเองชอบ ทำแล้วมีความสุข หาเตรียม
    ไว้ก่อน เวลาซึมเศร้า จะได้หยิบออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องไปหาอีก เช่น ดูหนัง ฟังเพลง
    เล่นคอมพิวเตอร์ Internet เล่นดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ อ่านหนังสือ ฯลฯ เชื่อว่าต้องมีสัก
    อย่างที่เราชอบบ้าง ลองหาดูครับ
  6. ท่องเที่ยว พยายาม รักษาสมดุลให้ตัวเอง หาเวลาไปท่องเที่ยวให้สม่ำเสมอ แล้วแต่ความ
    พร้อม เช่น อย่างน้อยเดือนละครั้ง เข้าหาธรรมชาติ ทะเล น้ำตก ภูเขา ฯลฯ
  7. กีฬา กีฬา คือยาวิเศษเป็น คำพูดที่ดีมากๆ ลองหาสักอย่าง ที่ตนเองชอบ นอกจากสุขภาพ
    แข็งแรงแล้ว ยังอาจได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีก เล่นไม่ได้ ได้ดูได้ติดตามก็ยังดี เช่น ฟุตบอล
    บาสเกตบอล ปิงปอง แบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ ดำน้ำ ว่ายน้ำ ขึ่ม้า ยิงปืน ฯลฯ
  8. อาหาร รับประทานที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่เป็นประโยชน์แล้วยัง
    เป็นโทษ  เช่น  แอลกฮอล์การได้รับประทานอาหารดีดี อาหารที่ชอบ  ทำให้เกิดความสุข
    ได้เช่นกัน
  9. การนอน คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด หากมีปัญหา ไม่รู้จะแก้อย่างไร ก็นอนไปก่อน จะหลับ
    หรือไม่หลับก็ช่างมัน พักสมองเตรียมตัวไว้ให้พร้อม วันพรุ่งนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป อะไร
    อะไรอาจดีขึ้นแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้

ข้อมูลจากบทความสุขภาพ โรงพยาบาลพระรามเก้า

Advertisements

Entry filed under: Health. Tags: , , , , , .

Cast Down The Heretic – Nile Stamford Bridge

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!


%d bloggers like this: