โรคหน้าเบี้ยว

วันศุกร์ 28 พฤศจิกายน 2008 at 8:00 am ใส่ความเห็น

โรคหน้าเบี้ยว (Bell palsy) คืออะไร เป็นอาการหน้าเบี้ยวที่เกิดจาก เส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ด
(facial nerve) อักเสบหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ดดังกล่าวออกจากก้าน
สมองผ่านใต้กระโหลกศรีษะ มาโผล่ที่หน้าหูแล้วแยกเป็นสองแขนงทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อน
ไหวของกล้าม เนื้อใบหน้าด้านเดียวกัน แขนงบนช่วยในการหลับตา แขนงล่างช่วยดึงกล้ามเนื้อ
มุมปาก เช่น การยิ้ม การห่อปาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแขนงย่อยๆ ไปลี้ยงที่เยื่อแก้วหู และรับ
รสที่ลิ้นด้วย

เหตุที่เรียกว่า Bell palsy ก็เพราะ ได้ชื่อตามนายแพทย์ Charles Bell ศัลยแพทย์ชาวสก็อต
เป็นผู้บรรยายอาการของโรคนี้ไว้เป็นท่านแรกตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 19

หน้าเบี้ยว หลับตาไม่ได้ ไม่ใช่โรคอัมพาตหรือ?
อาการของโรค Bell’s palsy ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเร็วใน 1-2 วัน ตื่นมารู้สึกหน้าหนักๆ หลับตา
ไม่สนิท ตาแห้ง ทานน้ำมีน้ำไหลจากมุมปาก บางรายมีลิ้นชาหรือหูอื้อๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมาพบ
แพทย์เร็วเพราะมีคนทัก และกลัวเป็นอัมพาต ซึ่งอาการของสมองขาดเลือด (อัมพฤกษ์-
อัมพาต) จะแยกได้โดย มักจะมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย ได้แก่ แขนขาอ่อนแรงข้าง
เดียวกับที่มีปากเบี้ยว ตาเห็นภาพซ้อน เดินเซหรือมีอาการบ้านหมุน เป็นต้น

แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร จะติดต่อกันได้หรือไม่ ? พบว่า อาการหน้าเบี้ยวเกิดขณะที่เส้นประ
สาทมีการอักเสบ บวม หรือถูกกดทับ ในคนที่ปรกติแข็งแรงดีมาก่อน เชื่อว่าน่าจะมีการติดเชื้อ
ไวรัส เช่น ไวรัสเริม ไวรัสไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์, ผู้ป่วยเบาหวาน,
มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือต่อมน้ำเหลือง, ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV และกลุ่มผู้ได้รับอุบัติเหตุทางสมอง

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคหน้าเบี้ยว
ดูจากประวัติและอาการเป็นหลัก และการตรวจร่างกายโดยแพทย์ทางระบบประสาทโดยตรง
ในบางรายอาจจำเป็นต้องตรวจเลือด หรือเอกซเรย์ทางสมองเพิ่มเติม

แล้ววิธีการรักษาในปัจจุบันมีอะไรบ้าง
อย่างแรกต้องทราบก่อนว่าอาการ Bell’s palsy ในแต่ละรายไม่เท่ากัน สาเหตุหรือการบวม
อักเสบของเส้นประสาทก็ต่างกัน ในบางรายที่มีอาการน้อย อาจไม่ต้องทำอะไรก็หายเองได้
ใน 2 สัปดาห์ การศึกษาปัจจุบันพบว่ายากลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) ช่วยลดการบวมและอักเสบ
ของเส้นประสาท ทำให้หายเร็วขึ้น โดยให้ในวันแรกๆที่เริ่มมีอาการ เนื่องจากยาต้องให้ในขนาด
สูง จึงมักพบผลข้างเคียงได้ เช่น นอนไม่หลับ, แสบท้องจากกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น, หิวบ่อย
หรือน้ำหนักตัวเพิ่ม, นอกจากนี้ยังอาจทำให้บวมชั่วคราว และน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมากในรายที่
เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ส่วนยาในกลุ่มต้านไวรัสเริม จากผลการทดลองล่าสุดใน New
England journal medicine (November 13, 2007) แสดงให้เห็นว่ายาในกลุ่มต้านไวรัส
เริมไม่ได้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรค Bell’s palsy

เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถหลับตาได้สนิทหรือกระพริบตาน้อยลง ทำให้กระจกตาแห้ง สิ่งสำคัญ
ที่สุดในการรักษาโรค Bell’s palsy คือ ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบหรือแผลที่กระจกตา ซึ่ง
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้โดยการปิดตาและให้หยอดน้ำตาเทียม ส่วนการทำกายภาพโดย
การใช้ไฟฟ้ากระตุ้น หรือการแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม ก็มีรายงานว่าช่วยในบางราย

ใช้เวลาในการรักษานานแค่ไหน และจะหายสนิท ?
ส่วนใหญ่จะดีขึ้นมากใน 2 อาทิตย์แรก และประมาณ50% ของผู้ป่วยจะหายสนิท และส่วนที่
เหลืออาการจะค่อยๆดีขึ้นใน 3-6 เดือน แต่ในรายที่เส้นประสาทมีปัญหาอยู่เดิม เช่น เบาหวาน
หรือ เกิดจากเชื้องูสวัด มักจะไม่หายสนิท โอกาสที่เป็นซ้ำอีกพบน้อยมาก ถ้าเกิดเป็นซ้ำหลาย
ครั้ง แพทย์จะหาสาเหตุเพิ่มเติม

ข้อมูลจากบทความสุขภาพ วารสารเก้าทันโรค โรงพยาบาลพระรามเก้า

Advertisements

Entry filed under: Health. Tags: , , , , , , .

เปิดห้างวันใหม่ไฉไลแจ้งวัฒนะ Good Vibrations – The Beach Boys

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!


%d bloggers like this: