อยู่หน้าคอมพ์นานๆ ระวัง โรคซีวีเอส

วันพุธ 24 กันยายน 2008 at 9:14 am ใส่ความเห็น

คนที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เช่น เกิน 2-3 ชั่วโมง มัก
จะมีอาการปวดตา แสบตา ตามัว และบ่อยครั้งที่จะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย อาการทาง
สายตาเหล่านี้เกิดจากการจ้องดูข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป
เีรียกกลุ่มอาการเหล่านี้ว่า “คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” หรือ “โรคซีวีเอส” อาการเหล่านี้
พบได้ถึงร้อยละ 75 ของบุคคล ที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
อาการในบางคนอาจเป็นเล็กๆ น้อยๆ ไม่บั่นทอนการทำงาน หรือพักการใช้คอมพิวเตอร์
สักครู่ก็หายไป บางคนอาจต้องว่างเว้นการใช้เป็นวันก็หายไป บางรายอาจต้องใช้ยา
ระงับอาการก็ได้

  • สาเหตุของโรค

1.ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยกะพริบตา ปกติแล้วเราทุกคนจะต้องกะพริบตาอยู่เสมอ เป็นการเกลี่ย
น้ำตาให้คลุมผิวตาให้ทั่วๆ โดยมีอัตราการกะพริบ 20 ครั้งต่อนาที หากเราอ่านหนังสือหรือนั่งจ้อง
คอมพิวเตอร์ อัตราการกะพริบจะลดลง โดยเฉพาะการจ้องคอมพิวเตอร์การกะพริบตาจะลดลงกว่า
ร้อยละ 60 ทำให้ผิวตาแห้ง ก่อให้เกิดอาการแสบตา ตาแห้ง รู้สึกฝึดๆ ในตา

2.แสงจ้า และแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเดอร์ ทำให้ตาเมื่อยล้า ทั้งแสงจ้าและแสงสะท้อนมายัง
จอภาพ อาจเกิดจากแสงสว่างไม่พอเหมาะ มีไฟส่องเข้าหน้าหรือหลังจอภาพโดยตรง หรือแม้แต่
แสงสว่างจากหน้าต่างปะทะหน้าจอภาพโดยตรง ก่อให้เกิดแสงจ้าและแสงสะท้อนเข้าตาผู้ใช้ ทำ
ให้เมื่อยล้าตาง่าย

3.การออกแบบและการจัดภาพ ระยะทำงานที่ห่างจากจอภาพให้เหมาะสม ควรจัดจอภาพให้อยู่ใน
ระยะพอเหมาะที่ตามองสบายๆ ไม่ต้องเพ่ง โดยเฉลี่ยระยะจากตาถึงจอภาพควรเป็น 0.45-0.50
เมตร ตาอยู่สูงกว่าจอภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้แว่นสายตาที่มองทั้งระยะใกล้และไกล จะต้องตั้งจอ
ภาพให้ต่ำกว่าระดับตา เพื่อจะได้มองตรงกับเลนส์แว่นตาที่ใช้มองใกล้

4.รายงานการศึกษาวิจัยเมื่อปี 2004 พบว่าปัจจัยที่สำึคััญที่สุดที่ทำให้เกิดโรคซีวีเอสคือ มุมของ
ระดับสายตา (angle of gaze) กับจอคอมพิวเตอร์ อาการต่างๆ จะหายไปเมื่อมุมดังกล่าวมากว่า
14 องศา ส่วนปัจจัยอื่นๆ จากการวิจัยพบว่าไม่มีนัยสำัคัญทางสถิติ

ผู้ที่มีสายตาที่ผิดปกติอยู่เดิม เช่น มีสายตาสั้นยาว หรือเอียง หรือสายตาผู้สูงอายุ ควรแก้ไขสาย
ตาให้มองเห็นชัดที่สุด จะได้ไม่ต้องเพ่งโดยไม่จำเป็น บางคนสายตาผิดปกติไม่มาก ถ้าทำงาน
ตามปกติจะไม่มีอาการอะไร แต่ถ้าทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ จะเกิดอาการเมื่อยล้าได้

  • สำหรับผู้สูงอายุ

ที่ต้องใช้แว่นสายตามองทั้งระยะำไกลและใกล้ หากใช้แว่นตาแล้วทำงานคอมพิวเตอร์นานๆ มักมี
อาการปวดเมื่อยในตามาก อาจต้องปรึกษาจักษุแพทย์พิจารณาทำแว่นสายตาที่เห็นระยะจอคอม
พิวเตอร์และตัวหนังสือที่เหมาะสม

บางรายหากมีโรคบางอย่างอยู่ เช่น ต้อหินเรื้อรัง ม่านตาอักเสบ หรือแม้แต่เยื่อบุตาอัก
เสบ ตลอดจนโรคทางกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ ไข้หวัด ร่างกายทั่วไปอ่อนเพลีย จะ
ทำให้การปรับสายตาเพื่อการมองเห็นชัด ทำใ้ห้เกิดการปวดเมื่อยนัยน์ตาได้ง่าย

  • อาการของโรค

ตาเมื่อยล้า, ตาแห้ง, แสบตา, ตาสู้แสงไม่ไ้ด้, ตาพร่ามัว, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยบ่า ไหล่ คอ
หรือปวดหลัง

  • วิธีแก้ไข

1.กะพริบตาให้บ่อยขึ้น หรือพักสายตาโดยการละสายตาจากคอมพิวเตอร์ หลังจากใช้ไปประมาณ
20-30 นาที
2.จัดแสงไฟและตำแหน่งจอภาพให้เหมาะสม อย่าให้จอภาพหัวหน้าเข้าหน้าต่างหรืออยู่ตรงหน้า
ต่าง อย่าให้แสงปะทะักับจอภาพและตาผู้ใช้
3.ปรับคลื่นแสงที่จอ (Refresh rate) ซึ่งเครื่องส่วนใหญ่จะปรับอยู่ที่ 60 Hz ขนาดนี้ทำให้เกิด
แสงกะพริบทำให้ภาพบนจอเต้นกระตุ้นให้เราต้องปรับตาเพื่อโฟกัสใหม่อยู่เรื่อยๆ ทำให้ตาเมื่อย
ล้าได้ ควรปรับความถี่ให้อยู่ระดับ 70-80 Hz

  • การรักษา

1.ใช้น้ำตาเทียม Artificial Tear หยอดตา จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดตาและแสบตาได้
2.ยาหยอดตาชนิดที่ทำมาจากสมุนไำพร (itone) มีรายงานการศึกษาวิจัยจากประเทศอินเดียใน
ผู้ป่วย 120 ราย เทียบกับน้ำตาเทียมและยาหลอด พบว่าได้ผลดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
3.ในประเทศอังกฤษ ผลการวิจัยพบว่าการใช้ยาหยอดตาชนิด povidone 2% Preservative
-free ในผู้ที่ใส่เลนส์สัมผัส ช่วยบรรเทาอาการได้ดีมาก

  • ข้อควรปฎิบัติ

1.พักสายตาเป็นระยะๆ หลังจากทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปได้สัก 20-30 นาที ควรหยุดพัก
สายตาเป็นเวลา 2-4 นาที
2.การทำงานจ้องจอภาพนานเิกินไป ไม่ว่าจะเกิดจากงานเร่งหรือมีหน้าที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
อย่างเดียวก็ตามย่อมเกิดอาการได้ง่าย ทุก 2 ชั่วโมงที่จ้องจอภาพควรพักสายตาประมาณ 15
นาที โดยมองออกไปไกลๆ หรือหลับตาเฉยๆ หากเป็นไปไำด้ควรทำงานที่จ้่องจอภาพวันละไม่
เกิน 4 ชั่วโมง
3.พิจารณาแสงสว่าง ทั้งแสงภายในห้องทำงาน และแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยจัด
แสงภายในห้องทำงานไม่ให้มีแสงสะท้อนมาที่จอคอมพิวเตอร์ และปรับแสงสว่างหน้าจอคอม
พิวเตอร์ไม่ให้แสงจ้ามากเกินไป หลายคนทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่เคยปรับแสงสว่าง
รวมทั้งความเข้มของแสงเลยสักครั้งเดียว
4.นั่งห่างจากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 16-30 นิ้วจากดวงตาและควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจอ
คอมพิวเตอร์อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20 องศา
5.ระมัดระวังปัญหาปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ที่มักเกิดขึ้นร่วมกันได้บ่อยๆ

ข้อมูลจากคอลัมม์รักสุภาพ หนังสือพิัมพ์ คม ชัด ลึก

Advertisements

Entry filed under: Health. Tags: , , , , , , , , , .

Bangkok International Film Festival 2008 Old Trafford

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!


%d bloggers like this: