การใช้หมายจับเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันอาทิตย์ 7 กันยายน 2008 at 8:00 am ใส่ความเห็น

ข้อเขียนนี้ ผู้เขียนมีเจตนาที่จะให้เกิดข้อคิดในทางวิชาการต่อสาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้
การแก้ไขปัญหาทางการเมืองเป็นไปโดยชอบทางการเมือง ผู้เขียนมีความกังวลใจอย่างยิ่งในการ
ติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ที่มีการอ้างหมายจับเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมือง

การขอออกหมายจับ ผู้ขอออกหมายจับจะต้องทำการสอบสวนถึงการกระทำที่อ้างว่าเป็นการกระ
ทำที่อ้างว่าเป็นการกระทำความผิดอาญาให้แน่ชัดเสียก่อนว่า เรื่องที่จะขอออกหมายจับนั้นเป็น
คดีอาญาตามที่กล่าวหา หรือมีมูลคดีอาญาตามที่กล่าวหาหรือไม่ การกล่าวหาเป็นคดีอาญาใน
ขณะที่มีปัญหาข้อขัดแย้งในทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่ไม่พอใจกับการบริหาร
บ้านเมืองของรัฐบาลนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศมา
อย่างต่อเนื่อง

จุดเริ่มต้นของการกล่าวหาความผิดทางอาญาในข้อหากบฎนั้น จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่าง
จริงจังว่า ศาลมีเขตอำนาจศาล หรือ Territorial Jurisdiction ที่จะพิจารณาหรือมีคำสั่งใดๆ ได้
หรือไม่ ทั้งนี้เป็นตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 22 ซึ่งบัญญัติว่า
“เมื่อความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขต อำนาจศาลใด ใ้ห้ชำราะที่่ศาลนั้น”

ดังนั้นในกรณีที่มีความขัดแย้งในทางการเมือง ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน และประชาคม
โลก ศาลจึงต้องตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการที่ศาลมีอำนาจชำระคดีหรือเขตอำนาจ
การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลหรือไม่ ซึ่งจะต้องไต่สวนมูลคดีอาญาตามที่มีผู้ร้องขอให้ออก
หมายจับให้ได้ความเสียหายก่อนว่า มีมูลคดีอาญาหรือมีมูลความผิดอาญาเกิดขึ้นหรือไม่
หรือที่เรียกว่า Prima Facie หรือ Non Prima Facie อันมิใช่เป็นการตรวจสอบแต่
เฉพาะผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเท่านั้น แต่จะต้องตรวจสอบถึงการมีเขตอำ
นาจการชำระคดีของศาลด้วย โดยจะต้องไต่สวนถึงขั้นไต่สวนมูลฟ้อง และจะต้องไต่สวน
ทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ความปรากฎว่าคดีมีมูบอาญา และกรณีดังกล่าวนั้นไม่ใช่เป็นปัญหา
ทางการเมือง เพราะถ้าเป็นปัญหาทางการเมืองแล้ว ศาลจะไม่ไม่เขตอำนานศาลที่จะดำ
เินินการใดๆ ได้เลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่่อปรากฎข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อสาธารณ
ชนและประชาชนโลกแล้ว ก็จะต้องยิ่งระมัดระวังมิให้ศาลกลายเป็นเครื่องมือทางการ
เมืองอย่างเด็ดขาด เพราะปัญหาทางการเมืองจะต้องแก้ด้วยวิธีทางการเมืองเท่านั้น อัน
เป็นหลักสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในสากลโลก

ทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิดเห็นและข้อขัดแย้งของประชาชน อันเป็นปัญหาในระดับสากลเกี่ยว
กับสิทธิมนุษยชนของมนุษยชาติ หากศาลได้ไต่สวนมูลคดีอาญาหรือมูลความผิดอาญาแล้ว
ปรากฎว่ามีมูลคดีในข้อหากบฎตามประมวลกฎหมายอาญาที่อ้างเพื่อขอให้ออกหมายจับ ทั้งไม่ใช่
เป็นปัญหาทางการเมืองแล้วนั้น ศาลจึงจะมีอำนาจศาลและสามารถดำิิเนินการออกหมายจับ เพื่อ
ใช้บังคบต่อไปได้

นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก

Advertisements

Entry filed under: Talk to Listen. Tags: , , , , , , , , , .

พิษการเมืองทำยอดผู้ป่วยจิตเวชพุ่ง Notepad++ กิ้งก่าบันทึกบวกคูณสอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


 Feed  RSS

Bookmark and Share

Contact US

Surawinn Pati's Facebook profile

Recent Readers

View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile View My Profile

Twitter

Dipity

Let’s Go

My Unkymood Punkymood (Unkymoods)


I got this Gogeta Bubs
from TheLordNick.com/Bubs

qrcode

Get your own free Blogoversary button!


%d bloggers like this: