ทิรามิสุ ของหวานติดลิ้น ติดจนลืมสัมผัส
วันจันทร์ 5 มกราคม 2009

ต้อนรับปีใหม่ เปิดงานด้วยการมาทำงานวันแรกกับสภาวะร่างกายและจิตใจที่ออกจะมึนๆ ง่วงหาว
เหงานอนเล็กน้อย ถึงปานกลาง เนื่องจากหลังจากหยุดยาวตอนปีใหม ข้ามมาถึงปีวัวกระทิงดุ
(ฉิบหาย) เป็นเวลา 5 วัน กับการนอนดึก ตื่นก็สาย เอาแต่ดูหนัง หนัง หนัง แล้วก็หนัง ไม่ได้ออกมา
เห็นเดือนเห็นตะวัน เป็นแดร็กคูลาดูดแต่หนัง
คงต้องใช้เวลาผ่านห้วงแห่งเวลาผสมการปรับตัว แบบซาลาแมนเดอร์ค่อยกับสู่สภาวะเดิมของ
ความจริง แต่… ความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ 0 – 0 ต้องเตะลูกโทษ อิ อิ อิ ดังเช่น การมาปรากฎ
ตัวของวัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้า ออกจะนิ่มๆ เหลือกำหนด พอเพ่งดูดีๆ ด้วยกระแสจิต จับจิตดังใจหมาย
มันคือ ทิรามิสุ สุดยอดของหวานสไตล์อิตาเลี่ยนรสชาติเยี่ยม ได้กินเพียงครั้งเดียวจะจิ๊ดไปถึง
ทรวง อุบ๊ะ… ลาภปากอีกแล้วตู ว่าไปแล้วก็ใช้ช้อนสอยและแทะโลมไปหนึ่งดอก โอ้… ทำมายมัน
ไม่เหมือนที่เคยกินฟะ เกิดอะไรขึ้นซื้อมาจากร้านไหนเหรอ?
แล้วเราก็ถึงบางขุนเทียน ทิรามิสุ น่าตาน่ากินชนิดนี้ ส่งเข้าประกวดโดยเชฟมือใหม่หนึ่งแห่งลุ่มแม่
น้ำผดุงกรุงเกษมคนเดิมนั่นเอง มาคราวนี้เป็นหมวยอิตาเลี่ยนเวลาทำต้องเอนตัวตามหอเอนเมือง
ปิซา จึงได้ลักษณะนรลักษณะและรสชิวหาของทิรามิสุออกมาเป็นเช่นนี้ คงไม่ใช่ครั้งแรกที่จะทำ
ทิรามิสุ แต่จะเป็นครั้งแรกที่ต้องโรยโอวัลติน แต่งหน้าท๊อปปิ๊ง บวกกับวาระแห่งการมาเยือนของ
เมฆหมอกแห่งปัญญา แรกได้ว่า ทำมาอีกก็จะกินอีก เนื่องจากรสชาติติดลิ้น ติดจนลืมสัมผัส !!!
ประวัติความเป็นมาของ ทิรามิสุ โดยสังเขป รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง (ไม่เกี่ยวเลย)
There is some debate regarding tiramisu’s origin, as there is no documented
mention of the dessert before 1983. In 1998, Fernando and Tina Raris similarly
claimed that the dessert is a recent invention. They point out that while the
recipes and histories of other layered desserts are very similar, the first docu-
mented mention of tiramisu in a published work appears in a Greek cookbook.
Backing up this story, the authors recalled an article that tiramisu was created
in 1971 in Treviso by Carminantonio Iannaccone.
Some claim that it was first created in Northern Italy during the First World
War. Women made these desserts for their men to take with them as they were
being sent off to war. They might have believed the high caffeine and energy
content of these desserts would give their men more energy to fight and help
bring them home safely.
A less glamorous theory explains that the dessert was a way of salvaging old
cake and coffee that had gone cold by using the leftover coffee and perhaps
some liqueur to moisten the dry cake. The dish was greatly improved by
layering it with cream and mascarpone.
Data And History : http://en.wikipedia.org/wiki/Tiramisu
Entry Filed under: Talk to Listen. ป้ายกำกับ: ของหวาน, ทิรามิสุ, มือใหม่, Italian dessert, Life Style, Tiramisu.
7 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed































![[Valid RSS]](http://www.freeimagehosting.net/uploads/6bd52a3d6d.png)







1.
tanniera | วันจันทร์ 5 มกราคม 2009 at 11:44 pm
โฮ้… โฮ้… โฮ้…
เปงงายมั่ง…
รสชาด ติดลื้น มิรู้ลืม… 555
ถึงจะเป็นหมวย ก็หมวยอินเตอร์นะจ๊ะ…
อย่างนี้ ก็ยังดี มีความสามารถในการขวนขวาย ทำอะไร ต่อมิอะไรมั่ง
เผื่อซักวัน ความฝันของเราก็จะเป็นจริง ว้า… ห้า… ห้า…
ยังไงซะ ก็ต้องขอ ขอบคุณ พี่ท่าน ที่ยังอุตส่าห์ สละเวลา และความสามารถ ในการลิ้มรส รวมถึง วิจารณญาณ ที่ยังพอมีเหลืออยู่ ในการลองลิ้ม ชิมรส “ทีรามิสุ” สไตล์ หมวยอินเตอร์
เอาไว้ โอกาสหน้า จะหา เมนูใหม่ๆ มาให้ลองอีก
อ้อ…
ลืมถามไป ท้องไส้ ยังสบายดีอยู่หรือปล่าว
เนื่องจาก เนื้อครีมชีสที่ใช้ทำ เป็นของที่เหลือจาก ปีที่แล้ว พอดี เห็นว่า ยังเหลือ พอที่จะเอามาให้พวกพี่ท่าน น้องๆ ที่ Office ได้ลิ้มรสได้บ้าง ก็เลยเอามาให้ลองกัน
แต่ไม่น่าจะมีอาการอะไรมากนัก ช่ายปะ…
ขอบพระคุณ อย่างสูง ที่อุดหนุน ทีรามิสุ คราวนี้
รักนะ… จุ๊บๆ เด็กโง่ (wonder girl ฝากมาบอกอ่ะ)
2.
Yuth | วันอังคาร 6 มกราคม 2009 at 12:05 am
เฮ้ยน่าอิจฉาว่ะ มีของดีกินด้วย ท่าทางน่าอร่อยนะ อยากลองมั่งจัง
แต่ภูมิคุ้มกันเราไม่ถึงอะ กลัวร่างกายอ่อนแอ
3.
tanniera | วันอังคาร 6 มกราคม 2009 at 11:03 pm
ท่านพี่ ที่เคารพ…
ขอประท้วง
ขอให้ comment ที่ 2 ถอนคำพูด เด๋วนี้
ภูมิคุ้มกันไม่ถึง เป็นการหมิ่นประมาท ฝีมือ หมวยอินเตอร์ อย่างแรง
ขอให้ท่าน ช่วยพิจารณาด้วย ขอบคุณค่ะ
หมวยอินเตอร์…
4.
Aod | วันพุธ 7 มกราคม 2009 at 11:51 pm
เฮ้ย ตกลงเจ๊คนนี้จะเปิดเบเกอร์รี่เหรอ อยู่สังกัดไหนอะ ว่างๆ ขอชิมมั่งดิ
5.
niponphoto | วันพฤหัส 8 มกราคม 2009 at 4:53 pm
แล้วเราก็ลอดตัวอีกคราหนึ่งแล้ว แต่จริงๆก็อยากลองกินดูนะว่างๆทำให้กิงมั้งดิ หมวยอินเตอร์ แต่ขอตรวจสุขภาพก่อนนะถ้าหมอยืนยันว่าแข็งแรง 120% เราก็โอเคนะคร๊าบบบบหมวยอินเตอร์ เหอๆๆๆๆๆๆ
6.
tanniera | วันพฤหัส 8 มกราคม 2009 at 5:19 pm
เอาเป็นว่า…
ถ้าเปิดร้านเมื่อไหร่ จะฝาก โปรโมท ใน blog ของพี่ท่านนะ…
แต่ตอนนี้ ก็ต้องพยายามพัฒนา ฝีมือ เพื่ออนาคตของทุกคนที่เป็นหนูทดลอง 555
ส่วน อีตา นิพนธ์ เด๋วจะทำขนม สูตรพิเศษ เพื่อคุณ เพียงคนเดียวเลย จะได้ พิสูจน์ ว่า คนตัวหย่ายๆ จะมีภูมิต้านทานมากแค่ไหน…
หรือว่า จะใหญ่แต่ตัว
เด๋ว ทำขนมใหม่ แล้วจะส่ง กระแสจิต ไปเชื้อเชิญ ก็แล้วกันนะ…
แหม!!! คนไม่มีบุญ ก็ต้องอดกิง แบบนี้แหละ… แต่ถ้าอยากกิงนะ…ก็ส่ง กะตังค์มา เด๋วไปซื้อของมาทำให้กิงน้าาาาา
จาก หมวยอินเต้อร์… อินเตอร์
7.
niponphoto | วันพฤหัส 8 มกราคม 2009 at 8:40 pm
เหอๆๆใหญ่ทั้งตัวเฟ้ย ภูมิคุ้มกันก็ดีด้วย เอาเท่าไหร่เด๋วป๋าจ่ายหัย บอกมาเลยแล้วไปทำมาให้กิงด้วย จะได้รู้ว่าเรา แข็ง……..แรงมากกกก เหอๆๆ